บริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด  

บริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยในปีพ.ศ. 2537 ในเครือบริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศใต้หวัน ด้วยทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาท บริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทยมาโดยตลอด โดยบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มหลากหลายชนิดภายใต้แบรนด์ยอดนิยม “ยูนิฟ” ซึ่งประกอบด้วย น้ำผักผลไม้รวม ตรา "ยูนิฟ", ชาพร้อมดื่ม ตรา "ยูนิฟ ที", น้ำผักผลไม้รวม ตรา “ยูนิฟ All you Need”, น้ำผลไม้ ตรา"ยูนิฟ ดีด๊า", และกาแฟพร้อมดื่ม ตรา "อา-ฮ่า"

ความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
บริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้บุกเบิกตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในประเทศไทยหรือ “ยูนิฟ กรีนที” ให้กับผู้บริโภคชาวไทย เมื่อปี พ.ศ. 2544 ซึ่งได้กระแสความนิยมเครื่องดื่มชาเขียวในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย จนสามารถครองยอดขายอันดับ 1 หลังจากเข้าสู่ตลาดได้เพียง 1 ปี จากนั้น บริษัทฯได้รับเกียรติเป็นอย่างสูง ที่ได้มีโอกาสแนะนำผลิตภัณฑ์ชาพร้อมดื่ม “ฮาลุชา” ที่คัดเฉพาะยอดอ่อนใบชา ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ จากเมืองชิซูโอกะ ที่สามารถเก็บเกี่ยวได้เพียงปีละ 1 ครั้ง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา นอกจากนี้ น้ำผักผลไม้รวม 100% ตรา “ยูนิฟ” ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากของบริษัทฯ ยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยการครองอันดับสูงสุดในตลาดเครื่องดื่มน้ำผักผลไม้รวมในประเทศไทยอีกด้วย และในปี พ.ศ.2553 บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ยูนิฟ All You Need น้ำผักผลไม้ 100% ในบรรจุภัณฑ์แบบขวด (PET: Poly Ethylene Terephthalate) เป็นครั้งแรก และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดี๊ด๊า น้ำผลไม้ 12% ในปีต่อมา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคเช่นกัน
เนื่องจาก บริษัท เพรสซิเดนท์ ฟาร์มาซูติเคิ้ล ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ประเทศไต้หวัน ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจากผลิตภัณฑ์แผ่น มาส์คหน้า My Beauty Diary โดยมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งที่ประเทศไต้หวัน และฮ่องกง อีกทั้งเล็งเห็นศักยภาพทางการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสุขภาพและความงามในประเทศไทย จึงได้ตัดสินใจนำเข้ามาจำหน่ายภายในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปลายปี 2554 ที่ร้านวัตสันทั่วประเทศ ในปี 2555 บริษัทฯ ได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท เหยียนโหย่ว (ประเทศไทย) จำกัด เปิดโรงคั่วเมล็ดกาแฟ เพื่อผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพดีภายใต้แบรนด์ “FINE CUP Coffee” ซึ่งถือเป็นการแตกไลน์ทางธุรกิจครั้งแรกของบริษัทฯ นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมา

ความทันสมัยและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
บริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อความมีสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค จึงได้ทุ่มเทในด้านการพัฒนาคุณภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการสร้างโรงงานผลิต ที่มีประสิทธิภาพสูงได้มาตรฐานโลกในปี พ.ศ. 2541 จังหวัดนครปฐม ด้วยเงินลงทุน 500 ล้านบาท และที่สำคัญบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำเอา เทคโนโลยีบรรจุขวด PET แบบ Hot Filled มาใช้ เพื่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพของบริษัท จนได้รับรางวัล Thailand Brand Award และ ประกาศนียบัตร HACCP, SQF และ GMP ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก จึงเป็นที่เชื่อถือได้ในคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยที่บริษัทฯ มอบให้กับผู้บริโภคชาวไทย

ระบบกระจายสินค้าทั่วประเทศ
ถึงแม้ว่า บริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด จะประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยแล้ว แต่บริษัทฯ ยังคงเล็งเห็นถึงประสิทธิภาพของการบริหารงานในอนาคตเนื่องจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจภายในประเทศ บริษัทฯ จึงได้จัดตั้ง บริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2547 เพื่อทำหน้าที่ดูแลการตลาดและการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทุกชนิดของบริษัทฯ ให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางและสะดวกรวดเร็วมากขึ้น